วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2551

คุณยายจอมเป๋อ

ทุกค่ำคืน เด็กชายวัยมัธยมต้นกลุ่มหนึ่งจะเดินกลับบ้านด้วยกันหลังจากเตะบอลตอนหลังเลิกเรียน เพราะบ้านอยู่ละแวกเดียวกัน ทางเดินเข้าหมู่บ้านค่อนข้างเปลี่ยวและมืด มีร้านชำ 1 ร้านและมีบ้านคนไม่กี่หลังในซอย หนึ่งในนั้นก็เป็นบ้านของยายสร้อย ซึ่งเป็นที่รู้จักของเด็กๆอย่างดี เพราะคุณยายสร้อยมักจะทำขนมมาแจกให้เด็กๆ รับประทานอยู่เสมอ เด็กๆ จึงรักคุณยายมาก ค่ำวันนี้กลุ่มเด็กชายต้องเดินทางผ่านหน้าบ้านคุณยายสร้อยอีกเช่นเคย เด็กชายคนหนึ่งสังเกตเห็นว่าคุณยายกำลังก้มๆ เงยๆ เหมือนมองหาอะไรบางอย่างอยู่ใต้เสาไฟฟ้า จึงหยุดเดินเข้าไปถามคุณยายว่า

“สวัสดีครับคุณยาย มีอะไรให้พวกผมช่วยมั้ยครับ”

คุณยาย: ยายทำเข็มตกหายตั้งแต่เย็นแล้ว ป่านนี้ยังหาไม่เจอเลย หลานๆช่วยยายหาเข็มหน่อยนะ

เด็กชาย: ได้ครับคุณยาย

แล้วเด็กชายทั้งหลายก็ช่วยคุณยายหาเข็ม แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ

เด็กชายคนหนึ่งจึงเสนอว่า “งั้นเดี๋ยวผมวิ่งไปซื้อเข็มที่ร้านชำหน้าปากซอยให้คุณยายใหม่นะครับ คุณยายรอสักครู่นะครับ”

เด็กชายคนนั้นวิ่งกลับมาพร้อมกับเข็ม 1 อันและมอบให้คุณยายไป

คุณยาย : ขอบใจจะหลาน

เด็กชาย : งั้นพวกผมขอลานะครับ สวัสดีครับ

************************

ค่ำวันต่อมา กลุ่มเด็กชายเดินผ่านหน้าบ้านยายเหมือนเดิม และเห็นยายทำท่าทางงกๆเงินๆเหมือนหาอะไรอยู่ใต้เสาไฟฟ้าอีกเช่นเคย จึงเดินเข้าไปทักด้วยความเป็นห่วงเป็นใย

: สวัสดีครับคุณยาย มีอะไรให้พวกผมช่วยมั้ยครับ

คุณยาย: ยายทำเข็มตกหายอีกอันนึงแล้ว ป่านนี้ยังหาไม่เจอเลย หลานๆช่วยยายหาเข็มหน่อยนะ

เด็กชาย: ได้ครับคุณยาย

แล้วเด็กชายทั้งหลายก็ช่วยคุณยายหาเข็ม แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ

เด็กชายคนหนึ่งจึงเสนอว่า “งั้นเดี๋ยวผมวิ่งไปซื้อเข็มที่ร้านชำหน้าปากซอยให้คุณยายใหม่นะครับ เดี๋ยวคราวนี้ผมซื้อเผื่อไว้ให้คุณยาย 2 อันเลย คุณยายรอสักครู่นะครับ”

เด็กชายคนนั้นวิ่งกลับมาพร้อมกับเข็ม 2 อันและมอบให้คุณยายไป

คุณยาย : ขอบใจจะหลาน

เด็กชาย : งั้นพวกผมขอลานะครับ สวัสดีครับ

*************************

ค่ำวันต่อมา กลุ่มเด็กชายเดินผ่านหน้าบ้านยายเหมือนเดิม และเห็นยายทำท่าทางเหมือนหาเข็มอยู่ใต้เสาไฟฟ้าอีกเช่นเคย จึงเดินเข้าไปเพื่อให้ความช่วยเหลือ

เด็กชาย : สวัสดีครับคุณยาย มีอะไรให้พวกผมช่วยมั้ยครับ

คุณยาย : ยายทำเข็มตกหายอีกแล้ว ยายนี่มันแย่จริงๆ ชอบทำเข็มหายอยู่เรื่อยเลย หลานๆช่วยยายหาเข็มหน่อยนะ

เด็กชาย : แล้วคุณยายทำเข็มทั้งสองอันหล่นหายหมดเลยเหรอครับ

คุณยาย : จะ ก็ยายไม่ทันระวังเองล่ะจะ ยายผิดเอง

เด็กชาย : คุณยายไม่ผิดหรอกครับ เดี๋ยวพวกผมช่วยกันหาครับ

คุณยาย : ขอบใจจะหลานๆ

แล้วเด็กชายทั้งหลายก็ช่วยคุณยายหาเข็ม แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ

เด็กชายจึงถามคุณยายว่า “แล้วคุณยายใช้เข็มครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ครับ”

คุณยาย : ช่วงเย็นๆจะ ยายนั่งเย็บผ้าอยู่ในบ้าน แล้วยายก็ทำเข็มหล่นหาย ==

เด็กชาย : แล้วทำไมคุณยายมาหาเข็มตรงนี้ล่ะครับ (เด็กชายยิ้มๆ)

คุณยาย : ยายเห็นว่าในบ้านมันมืดแล้วจะหาเข็มไม่เจอ ยายก็เลยมาหาใต้เสาไฟฟ้านี่แหล่ะ มันสว่างดี

เด็กๆ จึงขำ 555+ แล้วเดินจากไป

********************



.ใช่ เรื่องนี้เมื่อคนทั่วไปมาอ่าน ก็จะนึกขำคุณยายเหมือนเด็กๆพวกนั้นแหล่ะ แต่หารู้ไม่ว่าบางทีพวกเขาเหล่านั้นอาจจะกำลังเป็นอย่างคุณยายคนนี้ก็ได้จึงทำให้หาความสุขไม่เจอซักที มัวแต่ไปแสวงหาความสุขนอกกาย โดยไม่รู้เลยว่าความสุขที่แท้จริงหาได้จากใจของเรานี่เอง การที่คุณยายทำเข็มหายในบ้าน แต่กลับออกมาหานอกบ้านเพราะเห็นว่าใต้เสาไฟฟ้ามันสว่างดี อาจจะช่วยให้คุณยายหาเข็มเจอก็ได้ แน่นอนว่าคุณยายเข็มตรงนั้นไปอีกสิบปีก็คงจะไม่เจอ เป็นเพราะคุณยายกำลังแก้ปัญหาผิดจุด แล้วยิ่งเด็กๆมาช่วยคุณยายแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปได้ครั้งหนึ่ง ก็เลยทำให้คุณยายเข้าใจว่าเมื่อเกิดปัญหาอีก สามารถมาทำแบบนั้นได้เรื่อยๆ แล้วปัญหาก็จะถูกแก้ไป โดยมีได้สอนให้คุณยายรู้ว่าคุณยายควรจะแก้ปัญหาแบบใดและเดินจากไป ซึ่งหากว่าคุณยายทำเข็มหายอีก ก็อาจจะมาหาใต้เสาไฟฟ้าอีกเช่นเคย เพราะคุณยายขาดคนที่จะมาชี้แนะว่าควรจะทำอย่างไรดี



>>>>>>
ถ้าจะเปรียบเทียบกับการเมืองไทยในวันนี้ ทุกฝ่ายก็ต้องการที่จะหาทางออกให้กับประเทศไทย หรือไม่ว่าจะหาทางออกให้กับฝ่ายตัวเองก็ตาม ฝ่ายหนึ่งก็มีเป้าหมายที่มั่นคงมากๆ อีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่ยอมถอย สองฝ่ายไม่ยอมถอยคนละก้าวแล้วมาคุยกัน คนตรงกลางไม่มีที่ว่างให้ยืน ถูกเตะไปฝ่ายโน้นทีฝ่ายนี้ที จนละอาใจ ทั้งหมดทั้งมวลเนื่องมาจากระบบการศึกษาไม่มีประสิทธิภาพ การศึกษาที่ให้แต่คำตอบเรา ไม่ได้ให้เครื่องมือในการคิดหาคำตอบเอง คือไม่ได้สอนให้เราๆคิดเป็น มีมิติในการคิด มีวินัยความซื่อสัตย์ มีความเกรงกลัวต่อบาป ทำให้คนเราหาทางออกให้กับปัญหาไม่ได้ ใช้วิธีการที่ตนคิดว่าดีที่สุดแล้วนำไปสู่จุดหมายปลายที่ตัวเองต้องการ ใช้ความยึดเยื้อชนะความเหนียวแน่น ใช้ความใสซื่อเอาชนะความไม่จริงใจ นำไปสู่หายนะที่ได้ประจักษ์แล้ว ณ ขณะนี้ เพราะฉะนั้นเราต้องมาร่วมมือกันสร้างเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพให้ชาวเราๆไว้แก้ปัญหาในอนาคตกันเถอะ หวังว่าวันข้างหน้ามันจะดีขึ้นนะ

4 ความคิดเห็น:

ยอด กล่าวว่า...

ถอยคนละก้่าวทำไงล่ะ??

เราว่าตอนนี้มันถอยไม่ได้อะดิ

มีอยู่สองอย่าง คือ ชน หรือ ถอยสุดซอย

Unknown กล่าวว่า...

นั่นสินะ แล้วจะทำยังไงล่ะ รอ กับ รอ
เหมือน ระเบิดเวลา

AmornTAR (^_^)/ กล่าวว่า...

แต่งเองเหรอเรื่องนี้
หักมุมได้ดีมีข้อคิด
ชอบๆ

ไม่ขอวิจารณ์เรื่องการเมืองละ
อยู่ไทยตอนนี้เบื่อมาก

Praew กล่าวว่า...

ถอยสุดซอยมันเป็นยังไงวะยอด แค่หยุดยังทำไม่ได้เลย

แต่งเองหรอนี่ เรื่องน่ารักดีๆหญิง
แต่ตอนแรกเราแอบpessyคิดว่าคุณยายจะหลอกให้เอาเข็มเด็กๆ แล้วด่าเด็กทีหลังว่าไม่รู้จักอดทน แก้ปัญหาง่ายๆโดยการซื้อใหม่ไปเลย ไรงี้ซะอีก lol